Copywriting นักปิดการขาย ผ่านการพิมพ์ตัวอักษร

972
Copywriting
ภาพจาก Dan Lok (Youtube)

พูดถึง Copywriting บางคนก็คงเข้าใจดีอยู่แล้วว่า “เป็นนักเขียนคำโฆษณา” ซึ่งบางคนก็คิดว่าขายพวกนักข่าว นักเขียนทั่วๆ ไป เพราะเกี่ยวกับงานเขียนเหมือนกัน แต่ไม่เหมือนกัน

เจาะจง ตีกรอบให้แคบขึ้นก็ “เป็นงานเขียนเพื่อโปรโมทสินค้าและบริการ เน้นการสะท้อนจุดขายของสิ่งที่นำเสนอให้เข้าถึงลูกค้า เกิดความต้องการซื้อกับเรา”

ถ้าเปลี่ยนคำพูดใหม่ให้กระชับขึ้น ตามคำนิยายของคุณ Dan Lok กรรมการผู้จัดการของเว็บ Closed.com

Copywriting คือ คนที่เขียนข้อความ ที่สามารถกระตุ้นให้คนอื่นเกิดการกระทำบางอย่าง

หรือนิยามสั้นๆ คือ “ผู้ที่ปิดการขาย ผ่านการพิมพ์ตัวอักษร” (Closing in Print)

Copywriting จึงเป็นอาชีพที่หลายธุรกิจทั้งเล็กและใหญ่ควรมี และควรให้ความสำคัญ ไม่ใช่เลือกคนที่พิมพ์เป็น แต่ต้องเลือกคนที่เข้าใจการเลือกใช้คำในการโน้มน้าว เพื่อการปิดยอดขายที่เพิ่มขึ้น

เพิ่มโอกาสปิดการขาย เพียงปรับ “ข้อความ”

Copywriting for Landing Page
ภาพจาก bloggingtips.com

อาชีพการเขียนคำโฆษณา อาจฟังดูธรรมดา ใครๆ ก็ทำได้ ลองยกตัวอย่างให้เห็นภาพขึ้น

ถ้าคุณมี Landing Page เดียวสำหรับการขายของในเว็บไซต์ แล้วจ้าง Copywriter มาช่วยปรับหน้า Landing Page ให้ดูมีความน่าดึงดูด กระตุ้นให้เกิดการซื้อ

  • ปกติ สร้าง Conversion 1% ส่งผลเพิ่มรายได้ 1 แสนบาทต่อเดือน
  • มี Copywriting สร้าง Conversion 2-3% ส่งผลเพิ่มรายได้เป็น 2-3 แสนบาทต่อเดือน

เห็นความแตกต่างไหมครับ ? ถ้าคุณมีสินค้าสัก 10 อย่าง และอาชีพนี้ สามารถปรับให้เกิดการซื้อเป็นสองเท่าหมด กำไรต่อเดือนจะเพิ่มขนาดไหน

คนเราซื้อเพราะอารมณ์

sell me this pen Copywriting

การขายไม่จำเป็นต้องเห็นคำที่ยืดยาวชักแม่น้ำทั้งห้าเสมอ

เลือกคำที่มีความหมายสั้นๆ กระตุ้น “อารมณ์” (สิ่งที่อยู่เหนือเหตุผล) เป็นตัวชักจูงให้เกิดการซื้อ

เหมือนประโยคเด็ดจากภาพยนตร์เรื่อง คนจะรวย ช่วยไม่ได้ (The Wolf of Wall Street) ที่สอนให้คน ขายปากกาให้ผมสิ ซึ่งมีการสอดแทรกความรู้ด้านหลักการขาย 3 ข้อใหญ่ๆ ที่นำไปใช้ได้จริง

  1. กระตุ้นให้เกิดความอยากซื้อด้วยข้อดี ไม่ใช่การอธิบายเรียบๆ
  2. สินค้าช่วยแก้ปัญหาให้เขาได้อย่างไร
  3. สินค้าเรามีเรื่องราว จุดแตกต่างจากคนอื่นอย่างไร

การกระตุ้นให้เกิดอารมณ์ ไม่ใช่แค่คำพูด สามารถนำไปใช้กับข้อความและรูปได้ ซึ่งเป็นทักษะเฉพาะในวงการ Copywriting

เทียบกับ Content Writing

Content Writing เป็นการเขียนเชิงเนื้อหายาวๆ อย่าง ข่าว บล็อก บทความ E-Book Whitepaper เปรียบเหมือนการเล่าเรื่อง ขายข้อเท็จจริง ความเห็น ซึ่งถือเป็นข้อเท็จจริงพื้นฐานที่ทำให้ทราบตัวผลิตภัณฑ์

บทบาทจึงต่างจาก Copywriting ที่มีหน้าที่กระตุ้นให้เกิดการกระทำบางอย่างโดยตรง

ด้านความจำเป็น หรือ ใครดีกว่า เทียบกันไม่ได้ เพราะต้องทำงานควบคู่กันเพื่อเกิดประสิทธิภาพสูงสุด ไม่ใช่ว่าทุกคนที่อ่านข้อความสั้นๆ ที่กระตุ้นอารมณ์แล้วต้องซื้อทุกคน

ไม่ชอบงานขาย ? แต่ทุกคนเป็นนักขาย

คนเป็นนักเขียน คงไม่อยากยุ่งกับงานขาย แต่อาจต้องปรับความคิดใหม่

ทุกวันนี้ ไม่ว่าคุณจะทำงานค้าขาย หรือ พนักงานประจำก็ขายเป็นประจำอยู่แล้วครับ

“เวลา” และ “แรงงาน” ที่สร้างขึ้นในแต่ละวัน “ผลงาน” ที่ได้ ขายให้บริษัท ทำให้เรามีรายได้

บางคน ทำงานน้อย ใช้แรงน้อย แต่ผลตอบแทนดี เพราะรู้ว่าจะขายยังไงให้คุ้มค่าต่อตัวเองที่สุด

ถ้าคิดแบบนั้น จะทำให้รู้สึกเรื่องงานขาย เป็นเรื่องติดตัวเรามาตลอด แค่ไม่เคยคิดถึงจุดนั้น

สกิล Copywriting เรียนง่าย ใช้ได้เยอะ

เริ่มต้นอยากเป็น Copywriting ไม่ต้องไปเรียนในคอร์สให้เสียเวลา ไม่ต้องจบด้านภาษาก็สามารถเป็นได้ ฝึกฝนทักษะได้ ผ่านการสังเกต คำโปรย สิ่งพิมพ์ โฆษณา อีเมล ฯลฯ ที่มีอยู่มากมายในเว็บไซต์ โซเชียล มีการสอนผ่าน Youtube อยู่หลายคลิป นำมาฝึกฝน ใช้งานจริง วัดผลความสำเร็จได้อย่างชัดเจน

การพัฒนาความสามารถการเลือกใช้คำ อยู่ที่การทดลองใช้คำให้เหมาะสมกับธุรกิจที่คุณดูแลอยู่ ปรับปรุงให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ซึ่งไม่มี กูรูในวงการนักการตลาดคนไหนที่สามารถคิดคำโฆษณา ได้ดีกว่าคนที่อยู่กับธุรกิจนั้นมานาน อย่างคุณ

ที่สำคัญ Copywriting เป็นทักษะที่ใช้ได้ในทุกอาชีพ ติดตัวคุณไปตลอด นับตั้งแต่เป็นนักเขียน จนถึงวันที่คุณเป็นเจ้าของธุรกิจเอง การปิดการขายหรือกระตุ้นให้คนอื่นทำบางอย่างให้เรา

สุดท้ายนี้ สกิลด้านการโน้มน้าวของ Copywriting ถือเป็นหนึ่งในพื้นฐาน ที่นักการตลาดด้าน SEO และ SEM ควรมีติดตัวไว้ นำเพิ่มประสิทธิภาพในงานที่เกี่ยวข้องกับการตลาดอื่น อย่าง งานเขียนติดต่อกับลูกค้า งานด้าน PR และ Branding ได้ รวมถึงการซื้อขายในชีวิตจริงได้ เป็นทักษะที่ใช้ได้ตลอดชีวิต