เขียนบล็อกอย่างไร ให้มีคนเข้ามาอ่านในเว็บไซต์

395
Search Intent
ภาพประกอบจาก Ashrefs.com

การโปรโมทธุรกิจด้วยคอนเทนต์ในเว็บไซต์ หรือ อยากเป็นบล็อกเกอร์ที่มีคนเข้ามาอ่าน ถือเป็นเทรนด์ที่ได้รับความนิยมมากขึ้นในยุคดิจิตอล มั่นคงกว่าการโพสลงโซเชียลที่มีข้อจำกัดหลายด้าน

แต่ในโลกที่มีนับล้านๆ บล็อก คอนเทนต์ ข่าว เพิ่มขึ้นทุกปี แม้แต่บอท AI ก็สามารถเขียนบทความเองได้ แถมอ่านพอรู้เรื่อง จะทำยังไงให้คนส่วนใหญ่ เข้าถึงคอนเทนต์ของบล็อกเล็กๆ หรือ ธุรกิจของเราได้ ?

ก่อนอื่นต้องทำความเข้าใจก่อนว่า การเขียนบล็อกหรือคอนเทนต์ใหม่ๆ ในเว็บไซต์ จะต่างจากโพสเนื้อหาโซเชียล ตรงที่คนทั่วไปแทบจะไม่มีทางเห็นได้

Content Is King, Distribution Is Queen

การที่ไม่มีคนอ่าน View 0 หรือหลักหน่วย ไม่ได้หมายความว่า เราเขียนไม่ดี ไม่น่าอ่าน หรือ ไม่น่าสนใจ บางทีเขียนดีกว่าอันดับ 1 ในหน้าแรกกูเกิ้ลด้วยซ้ำ

ปัญหาอยู่ตรง สิ่งที่เราเสนอ ไม่สามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้ แล้วจะทำยังไงถึงเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้ ?

ปัญหาเหล่านี้สามารถแก้ได้ ด้วยการเขียนงานที่มีคุณภาพและตรงตามความต้องการ

ส่วนคำกล่าวที่ว่า “คอนเทนต์ คือ ราชา การโปรโมทเนื้อหา คือ ราชินี” ยังคงใช้ได้ในปัจจุบัน

แต่ยุคใหม่ ต่างจากในอดีตพอสมควร เพราะ Google และ Search Engine ทุกตัวฉลาดขึ้นมาก ซึ่งถ้าคอนเทนต์ดี ราชาอาจไม่ต้องพึ่งราชินี มากเท่าสมัยก่อน

Search Intent Organic
บล็อกหนึ่งที่ไม่ค่อยได้แชร์ นานๆ เขียนที มี Organic 90% (ไม่ใช่บล็อกนี้)

เริ่มจากเข้าใจเรื่อง Traffic

คนที่เข้ามาที่ชมเว็บ สามารถตรวจสอบได้จาก Traffic ซึ่งแบ่งออกเป็น 5 ช่องทางใหญ่ๆ ที่เห็นได้จาก Google Analytic

  1. Organic Search เข้าผ่าน Search Engine ต่างๆ โดยการจัดอันดับที่ไม่ใช่โฆษณา ในไทยเกือบ 100% เป็น Google อาจมี Bing, Yandex บ้าง แต่ในสัดส่วนที่น้อย
  2. Direct เข้าทางตรงโดยไม่ผ่านช่องทางไหนเลย พิมพ์ URL ในเว็บบราวเซอร์ เข้ามาที่เว็บโดยตรง
  3. Social เข้าผ่านจากแชร์ทางโซเชียลเน็ตเวิร์คและเว็บวิดีโอ ในไทยหลักๆ ก็ Facebook และ Youtube (ลิงค์ใน Description)
  4. Referral เข้าผ่านทางเว็บไซต์อื่น
  5. Paid Search เข้าผ่านทางช่องทางต่างๆ ที่เสียค่าโฆษณา

อีกสองช่องทาง คือ Email และ Display Ads จะไม่ค่อยได้เห็นมากนัก ยกเว้นคุณเป็นนักการตลาดในองค์กรที่ใช้สองวิธีนี้ แต่ก็จะไม่ต่างจาก Paid Search คือ ต้องใช้เงิน

ถึงจะมีหลายช่องทางใหญ่ แต่ช่องทางจริงๆ มีแค่ไม่กี่ทาง ตัดไปได้หลายช่องทาง

  • Paid Search / Display Ads / Email ต้องใช้เงินมาก มีทีมงานดูแล และถ้าหยุดใช้เงินก็จะไม่มี Traffic ทันที
  • Referral น้อยคนที่จะเข้ามาจากเว็บไซต์อื่น การอ้างอิงจึงหวังผลยาก แต่ก็ยังพอหวังได้บ้างถ้าเขียนดีจริง อย่าง แชร์ลงกลุ่มปิดในหัวข้อที่สนใจ, แชร์ลงเว็บ Pantip หรือ บอร์ดเฉพาะกลุ่ม
  • Direct การเข้ามาทางตรง แบรนด์ต้องแข็งมากๆ และ URL ควรจำง่าย แต่ตามนิสัยคนไทย เข้าทางโซเชียลกับมากกว่า ยกเว้นเว็บคุณจะมีเนื้อหาน่าติดตามจนถึงขั้นทำให้คนเข้ามาอ่านได้เรื่อยๆ ซึ่งน้อยเว็บจะทำแบบนั้นได้
  • Social ถึงมีโอกาสเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้หลายวิธีทั้งทาง SEO/SEM แต่ถ้าไม่มีเหตุผลที่ต้องไปอ่านต่อในเว็บ ก็จะไม่นิยมเข้าไปอ่านกัน บางคนอาจใช้ Influencer ที่ได้คนเข้าเว็บเยอะในช่วงแรก แต่ต้องใช้เงินเช่นกัน ยกเว้นคุณจะทำตัวเป็นเน็ตไอดอลเสียเอง

ที่คาดหวังได้ทางหนึ่ง คือ Organic Traffic เป็นวิธีที่เข้าถึงได้ดี แบบค่อนข้างยั่งยืน ใช้ค่าใช้จ่ายน้อย (หลักๆ ก็จ้างทีมงาน) แต่ก็ต้องแข่งขันกับอีกหลายๆ เว็บไซต์ ยากที่จะควบคุมให้อันดับต้นๆ ได้ แล้วไม่เหมาะกับเว็บเพิ่งเปิดใหม่

TIPS: การโปรโมทเนื้อหาใหม่ ควรใช้วิธีหลายๆ ช่องทางร่วมกัน อย่าคาดหวังกับทางใดทางหนึ่งมากเกินไป

Organic Search ตอบในสิ่งที่ค้นหา

การทำ SEO มีหลายขั้นตอน แต่ปัจจุบันความฉลาดของ Search Engine สูงขึ้นมาก ไม่จำเป็นต้องทำ Backlink มากมาย เขียนให้ตรงกลุ่มเป้าหมายก็มีโอกาสขึ้นอันดับดีๆ ได้

กล่าวคือ

  • เข้าใจถึง “คำถาม” ที่คนนิยมค้นหา
  • สร้าง “คำตอบที่ดีสุด” ให้คนที่กำลังค้นหา

เปรียบเทียบก็คล้ายกับ Demand / Supply ที่ได้ยินในวิชาเศรษฐศาสตร์ระดับมัธยม

การค้นหาผ่านกูเกิ้ล เกือบทั้งหมด พื้นฐานมาจากความต้องการบางอย่าง ดังนั้น การเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้คนที่ค้นหาถือว่าเป็นเรื่องที่ควรทำ

1. เขียนหัวข้อที่คนต้องการอ่าน การแข่งขันน้อย

การเขียนบล็อกไม่ได้ทำให้ทุกคนเข้ามาอ่านได้ ถึงแม้กลุ่มเน็ตไอดอล Influencer จะเขียนก็ได้ อย่าง กินอะไร เป็นไข้ หรือบ่น กลุ่มแฟนคลับก็ตามอ่าน แต่สำหรับคนทั่วไปทำแบบนั้นไม่ได้ ต้องเขียนสิ่งที่คิดว่าคนสนใจ
“คิดว่า” เป็นประโยคแสดงความรู้สึก ถ้าเอาให้ตรงกลุ่มเป้าหมายควรใช้ Keyword Research เข้าช่วย ซึ่งพวกเครื่องมือฟรีแบบ Google Ads Planner หรือ Ubersuggest ถือว่าช่วยได้มาก

ตัวอย่างสำหรับบล็อกเกอร์

ถ้าคุณเพิ่งไปเชียงใหม่ ถ่ายสถานที่ยอดนิยมมาเป็นสิบแห่ง ต้องการเขียนบทความ

หัวข้อที่ใกล้ตัว : ฉันไปเที่ยวเชียงใหม่ ประทับใจมาก

ถ้าเขียนแบบนั้น คนอ่านน้อยแน่นอน ใครๆ ก็เขียนได้ ถ้าบทความไม่ได้โดนมากๆ โอกาสที่จะติดหน้าแรก Google ก็ยากขึ้น

หัวข้อที่สนใจ: 10 สถานที่ในเชียงใหม่ที่คนชอบไป

หัวข้อดีขึ้นจากก่อนหน้านี้ แต่อัตราแข่งขันสูง มีโอกาสไม่ติดหน้าต้นๆ สูงเช่นกัน อาจต้องปรับแต่ง

การเพิ่มโอกาสให้ติดอันดับดีขึ้น อาจเพิ่มคีย์เวิร์ดยอดนิยมเข้าไป เช่น ที่สุด เยี่ยม พิเศษ ต้องไม่พลาด ต้องไปให้ได้ สักครั้งในชีวิต ฯลฯ และเพิ่มเวลาเข้าไปก็ยิ่งดี อย่าง ปี 2020 หรือ ในฤดูหนาว

สำหรับบล็อกทั่วไป ถ้าไม่อยากถึงขั้นใช้คำเกินจริง ก็เลือกใช้คำที่สร้างความรู้สึกพิเศษเข้ามาร่วมด้วย เช่น ที่ฉันแนะนำ ที่ต้องบอกต่อ ที่เหมาะกับเด็ก ฯลฯ

ตัวอย่างสำหรับเว็บธุรกิจ

ก่อนอื่นต้องคิดก่อนว่าธุรกิจอะไร มีหัวข้อใดที่เหมาะสมบ้าง เช่น

  • อาหารเสริมชาย อย่าคิดว่าบล็อกต้องเขียนแต่เรื่อง Hard Sale ขายผลิตภัณฑ์ คุณไม่จำเป็นต้องพูดเรื่อง อาหารเสริมเสมอ คุณอาจพูดเรื่องสุขภาพ เรื่องเพศ สารอาหารที่เหมาะสม ฯลฯ
  • อสังหาริมทรัพย์ ไม่จำเป็นต้องแนะนำบ้านอย่างเดียว อาจแนะนำพื้นที่ใกล้เคียงที่น่าเที่ยว แนะนำเหตุผลที่ควรซื้อที่อยู่ในปีนั้น ฯลฯ
  • ร้านอาหาร ไม่จำเป็นต้องพูดแต่เรื่องรสชาติอาหาร หรือ รีวิวอาหารในร้าน อาจแนะนำวิธีทำอาหารง่ายๆ ที่ทำได้ในบ้าน สูตรเด็ดในการปรุงอาหารไม่เหมือนใคร เรื่องราวในร้าน หรือ เขียนแบบให้คนอ่านมีส่วนร่วม ช่วยแนะนำเมนูใหม่ในร้าน ก็ยังได้

พยายามแทรกภาพของผลิตภัณฑ์ หรือ บริการ เข้าไปบ้าง แต่อย่ามากเกินไป มีตามความเหมาะสม

ถ้าบล็อกมีคุณภาพ เนื้อหาน่าสนใจ นอกจาก Traffic จะเพิ่มแล้ว ยังเป็นการ Branding เข้าถึงลูกค้าได้มากขึ้น อาจมีการแชร์และการบอกต่อในโลกออนไลน์ มีโอกาสที่จะขายของได้มากขึ้น

ถ้าคุณหมดไอเดียในการเขียน แนะนำลองหาหัวข้อที่เกี่ยวกับธุรกิจคุณ เอาไปค้นหาใน Google คุณจะได้ไอเดียมากมายที่เกี่ยวกับ

2. การเพิ่มอันดับด้วย Search Intent

ขั้นพื้นฐานของ SEO มักมีการสอนให้เน้นคีย์เวิร์ดเดียว โฟกัสเข้าไว้เพื่อสร้างคอนเทนต์ จนบางคนไปย้ำคีย์เวิร์ดมากเกินไป

ในทางปฏิบัติ การสร้าง Traffic ไม่จำเป็นต้องมาจากคีย์เวิร์ดเดียวเสมอ บทความหน้าแรกของ Google ส่วนใหญ่ได้ Traffic มาจากหลายคีย์เวิร์ด และบ่อยครั้ง มักมาจากคีย์เวิร์ดที่คาดไม่ถึงที่อยู่ในบทความ

การเพิ่มอันดับในเว็บ สามารถทำการ Keyword Research เพื่อเพิ่มโอกาสในการค้นหาได้ อย่าง นอกจาก 10 สถานที่ อาจเพิ่มเนื้อหาที่เกี่ยวข้องและมีการค้นหาสูงเข้าไปได้

เข้าไปที่ ubersuggest แล้วหาเนื้อหาที่คนนิยมค้นหา แทรกคีย์เวิร์ดที่น่าสนใจเข้าไปในบทความ สอดคล้องกับรูปและสถานที่ท่องเที่ยว

3. สร้างคอนเทนต์ที่เป็นตัวเอง

ถ้าได้หัวข้อและเนื้อหาที่ต้องการเขียนแล้ว ก็นำมาสร้างเป็นบทความ โดยกำหนดโครงไว้ก่อนว่ามีหัวข้ออะไร และควรแทรกคีย์เวิร์ดใดบ้าง จะช่วยให้การเขียนมีประสิทธิภาพมากขึ้น อย่าลืมตรวจทานหลังเขียนเสร็จ

การเขียนบล็อกที่ดี ควรใส่ความเป็นตัวเองเข้าไปด้วย ใส่ความเห็น ความรู้สึก เพื่อให้ดูมีความแตกต่าง ไม่เรียบเกินไปเหมือนบทความแปล หรือ Bot เขียนบทความ

เมื่อเขียนเสร็จ ตรวจทาน และเผยแพร่ ก็นำไปแชร์ กระจายช่องทางต่างๆ

คอนเทนต์แบบยั่งยืน

การตอบโจทย์ในสิ่งที่คนอื่นค้นหา เป็นแค่จุดเริ่มต้น แต่การให้เว็บไซต์/บล็อก อยู่แบบยั่งยืน ต้องทำให้คนสนใจสิ่งอื่นในเว็บด้วย จนกลายเป็นแฟนของเว็บไซต์เรา

มีหลายวิธี แต่หลักๆ ที่ได้ผลดี มีดังนี้

  • มีความน่าติดตาม
  • ให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ เฉพาะทาง
  • มีจุดแตกต่างจากคนอื่น น่าจดจำ

ถ้าทำได้สำเร็จ ยอดทาง Direct และ Social จะสูงขึ้นตามลำดับ

สิ่งที่เขียนไป ถ้ามีคุณภาพพอ และเป็นคอนเทนต์ที่ใช้ได้เรื่อยๆ สามารถนำมาแชร์ผ่านโซเชียลซ้ำเพื่อเพิ่ม Traffic ให้เว็บได้

TIP: ถ้าบทความเริ่มเก่าไปแล้ว เช่น “…. ปี 2019” อาจปรับปรุงเนื้อหาให้สดใหม่ขึ้น เพิ่มเนื้อหาให้น่าสนใจ ปรับหัวข้อใหม่เป็น “…. ปี 2020” และ Submit บทความใน Search Console ซ้ำอีกรอบ เพื่อเพิ่มโอกาสในการติดอันดับ ไม่จำเป็นต้องเขียนบทความใหม่ทุกครั้ง

สุดท้าย การเขียนคอนเทนต์ที่ดี ควรติดตามผลเสมอ ผ่าน Search Console และ Google Analytic รวมถึงหาคีย์เวิร์ดที่มีความต้องการ และติดตามข่าวสารในวงการอยู่เสมอ ซึ่งช่วยให้เราวิเคราะห์บทความได้ว่าควรจะเพิ่มบทความประเภทไหนที่น่าเขียน และตรงใจกับผู้อ่านมากที่สุด