เทคนิค Modern SEO ที่ยังใช้ได้ดี ในปี 2018

52

กูเกิล ปรับอัลกอริธึมทุกปี ไตรมาส หรือบางครั้งก็เร็วกว่านั้น ซึ่งมีผลกระทบเกิดขึ้นชัดเจนทุกครั้งที่อัพเดต จนปัจจุบันใครฟันธงว่า รับทำ SEO แล้วอันดับขึ้นต้นๆ ได้ พวกหลอกเอาเงินทั้งนั้นครับ สักพักลงเหว บางเว็บไซต์ถึงกลับไม่ฟื้นเลยก็มี

การทำอันดับ SEO แบบยั่งยืน จึงเข้ามามีบทบาทมากขึ้นทุกปี แน่นอนมีบางวิธีที่ Google ไม่มีทางเข้ามาเปลี่ยนแปลง แก้ไข ให้ต่างจากเดิมภายในปี 2020 แน่นอน

สร้างคอนเทนต์ที่มีคุณค่า

แบบกระชับ เข้าใจง่าย “คอนเทนต์สุดเจ๋ง คนเห็นต้องแชร์

บทความ เนื้อหา ที่สร้างออกมาจากใจ ไม่ใช่เรื่องยาก อาจกินเวลาทำเป็นวัน แต่ผลตอบรับอาจยาวแบบตลอดไป ดีกว่าเสียเวลาไปนั่งปั่นบทความเน้นจำนวนที่ไม่ช่วยอะไรนัก

สิ่งที่ได้ตอบแทน คือ พอเราเอาไปแชร์บนโซเชียลมีเดีย คนเห็นจะเอาไปแชร์ต่อ เป็นการทำ Off Page โดยอัตโนมัติ

อีกเหตุผลหนึ่ง คือ เราสามารถใช้อ้างอิงในบทความหรือคอนเทนต์อื่นเราได้ ซึ่งหัวข้อที่สัมพันธ์กันจะเป็นการสร้าง Internal Link ภายในเว็บ ลดการเกิด Bounce Rate และทำให้คนอยู่ในเว็บเรานานยิ่งขึ้น

ตัวอย่างด้านล่าง (อ่านต่อ) ผมสามารถลิงค์ไปที่บทความก่อนหน้านี้ได้ เพราะเกี่ยวข้องกับบทความนี้และเชื่อว่ามีประโยชน์กับผู้อ่าน

อ่านต่อ: 3 วิธี สร้างคอนเทนต์เหนือกว่าคู่แข่ง

เว็บต้องโหลดเร็ว

ต้องเข้าใจก่อนว่า “การทำให้เว็บไซต์ให้เปิดเร็วขึ้น ไม่ได้ช่วยให้อันดับดีขึ้น” แต่ “เว็บไซต์คู่แข่งที่ช้าเกินกำหนด อันดับจะถูกปรับให้ลดลง”

ความพึงพอใจของลูกค้า เป็นเรื่องสำคัญที่สุด ไม่มีใครพอใจกับเว็บโหลดช้าหรอกครับ

ในทางปฏิบัติ แม้สมาชิกในเว็บไซต์คุณส่วนใหญ่จะชอบเว็บคุณมาก โดยไม่สนเรื่องโหลดช้า แต่ Google อ่านใจลูกค้าเว็บคุณไม่ได้ บอทกูเกิลเห็นเว็บโหลดนานผิดปกติ ปัดอันดับเว็บคุณลงให้ต่ำกว่าคู่แข่งได้ เพราะตามหลักสถิติคนพอใจเว็บโหลดเร็ว มากกว่าเว็บโหลดช้า

ส่วนเว็บโหลดเร็วมาก แต่เว็บโล่งๆ มีแต่ข้อความ ถึงจะโหลดเร็วตามเกณฑ์อากู๋ แต่คนอ่านเบื่อมีตัวแต่หนังสือ กดออก เหมือนเป็นสัญญาณบอกว่า คอนเทนต์ไม่เจ๋ง ได้เหมือนกัน

ดังนั้น ทางสายกลางที่ดีสุด คือ พิจารณาแก้ปัญหาให้ข้อความและรูปภาพสมดุลกัน คำนึงเรื่องขนาดของภาพที่ใช้ พิจารณาพวก Lazy Load มาใช้ รวมถึง เช็ค Page Speed ทีละหน้าของเว็บไซต์ อยู่ เสมอ เพื่อให้การโหลดเว็บเร็วขึ้น ควรจะทำเวลาได้สัก 5 – 10 วินาทีเป็นมากอย่างมาก ถ้าเกินกว่านั้นลองเช็ค Code ในเว็บที่เกิดปัญหาดู

ให้คนอ่านสร้างคอนเทนต์

สำหรับเว็บหรือธุรกิจที่เปิดโอกาสให้คนทั่วไปเข้ามาเขียนในเว็บไซต์ได้ พวกคอมเมนต์เหล่านั้น จะกลายเป็น SEO Content แบบธรรมชาติ ในแบบที่ Google ชอบ ไม่นับพวกที่ Google Index ไม่ได้ อย่างเขียนผ่านปลั๊กอิน Facebook Comment ควรให้เขียนผ่านเว็บไซต์ตามปกติ

ตัวอย่างที่เห็นชัดอย่าง ในบอร์ดสาธารณะอย่าง Pantip, เว็บที่แสดงความเห็นได้อย่าง Dek-D หรือพวกเว็บ E-Commerce จะใช้วิธีแบบนี้เพื่อสร้าง SEO อยู่

สำหรับธุรกิจทั่วไป ส่วนใหญ่จะมีกลุ่มเป้าหมายที่ต้องการแสดงความเห็นหรือต้องการความสามารถในการเขียนอยู่ ลองพยายามเชิญชวนกลุ่มนี้ให้เข้ามาเขียน ดูเป็นธรรมชาติกว่าการไปจ้างบล็อกเกอร์เขียนรีวิว แต่ก็ต้องมีการวางกลยุทธ์ในการเชิงชวนด้วย

การนำสินค้าและบริการไปให้คนทั่วไปทดลองใช้ แล้วนำบทสัมภาษณ์มาเขียนเป็นบทความ ก็เป็นวิธีได้ผลทั้งด้านความเชื่อมั่นต่อคนเข้ามาอ่าน และส่งผลดีในด้าน SEO เพราะตัวบทความสามารถเพิ่มเนื้อหานอกกรอบของบทพูดได้

ใช้ Rich Snippets เข้าช่วย

เป็นการแสดงผลในเซิร์จเอนจิ้น (Google) ซึ่งมีหลายรูปแบบ ในไทยที่สะดุดตาสุด คงต้องยกให้ดาว Review แน่นอนว่ามีความแตกต่างเวลาในการแสดงผลผ่าน Google

ในภาพ ผมค้นหาคำว่า “iPhone X Review”

  • TechRadar เป็นเว็บที่คนเข้า 75 ล้านคน (ตุลาคม 2017) คนเข้าจาก Google 88% สายไอที
  • CNet (Download.com) คนเข้าเยอะกว่า 255 ล้านคน (ตุลาคม 2017) คนเข้าจาก Google 62.6% แต่ไม่ได้เป็นสายมือถือโดยเฉพาะ และเว็บค่อนข้างช้า

เนื่องจากบทความของ TechRadar เพิ่งมีการลงหรือเพิ่งอัพเดต ตอนผมหาพอดี, มียอด Like & Share เยอะ, อีกทั้งเป็นการรีวิวเฉพาะทางของเว็บด้านไอทีโดยเฉพาะที่มีคุณภาพ แต่ก็เป็นไปได้ที่เว็บที่มี Rich Snippets จะอันดับดีกว่าภายหลัง

ความจริงเว็บข้างต้นมี Rich Snippets ทุกเว็บ แต่บางเว็บไม่แสดงผล อย่าง TechRadar ถ้าเช็คด้วย Snippet จะพบ Error อยู่ ซึ่งน่าจะเป็นเหตุผลหลักที่ทำให้ไม่แสดงผล เช่นเดียวกับ Trustedreviews ซึ่งเป็นข้อผิดพลาดที่ไม่ควรเกิดในคอนเทนต์ที่สำคัญ แต่อาจจะมีการแก้ไขในภายหลัง

เช็คได้ที่ Structured Data Testing Tool

SOURCEFatbit
SHARE